ข่าวบ้านผือทีวีนิวส์

ข่าวการเมือง

เมียนมาสั่งคุก 4 ปี 4 ลูกเรือไทย นายกฯ เผย จะได้รับอภัยโทษ ปล่อยตัวหลังปีใหม่

ทางการเมียนมาตัดสินจำคุก 4 ปี ปรับ 2 หมื่นจ๊าด 4 ลูกเรือประมงไทย ผิด 2 ข้อหา “นายกฯ อิ๊งค์” บอก 4 ลูกเรือไทยจะได้รับอภัยโทษ “มาริษ” ยัน ปล่อยตัวหลังปีใหม่

จากกรณีเรือรบเมียนมายิงเรือประมงไทย พร้อมจับลูกเรือชาวไทย และชาวเมียนมา จำนวน 31 คน ไปที่บริเวณเกาะย่านเชือก ฝั่งเมียนมา โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน และเสียชีวิต 1 ราย เมื่อช่วงกลางดึก วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 ต่อเนื่องวันที่ 30 พฤศจิกายน ต่อมามีข่าวว่ารัฐบาลเมียนมาจะปล่อยตัวลูกเรือประมง ส.เจริญชัย 8 ที่มีชาวไทย 4 คน โดยใช้กลไกการหารือในระดับพื้นที่ จากศูนย์ประสานงานชายแดนท้องถิ่นไทย-เมียนมา จังหวัดระนอง (TBC ระนอง) ดำเนินกรรมวิธีทำหนังสือขอให้ปล่อยตัวลูกเรือคนไทย 4 คน และพูดคุยไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา จ.เกาะสอง (TBC เกาะสอง) รวมทั้งประสานอย่างใกล้ชิด พร้อมกับกระทรวงการต่างประเทศ กองทัพบก กับรัฐบาลเมียนมา จนต่อมาทางการเมียนมาก็ยังไม่ได้ปล่อยตัว 4 ลูกเรือประมง ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

ล่าสุดวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดเกาะสอง ได้ตัดสินคดีความของ 4 ลูกเรือประมงไทย ที่ถูกจับกุมตัวพร้อมกับลูกเรือชาวเมียนมาอีก 27 คน โดยตัดสินจำคุกเจ้าของเรือไทย เป็นเวลา 5 ปี ในข้อหาลักลอบทำประมงผิดกฎหมาย หรือการรุกล้ำน่านน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต และตัดสินจำคุก 1 ปี ในข้อหาลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมจำคุก 6 ปี และปรับเงิน 200,000 จ๊าด

ส่วนลูกเรือไทยอีก 3 คน ศาลสั่งจำคุกคนละ 3 ปี ในข้อหาลักลอบทำประมงผิดกฎหมาย และตัดสินจำคุก 1 ปี ในข้อหาลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมจำคุก 4 ปี และปรับคนละ 20,000 จ๊าด ขณะที่ลูกเรือชาวเมียนมา 27 คน ศาลสั่งจำคุกคนละ 1 ปี ในข้อหาลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามทางเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง กำลังเจรจาเพื่อให้ลูกเรือประมงไทยกลับประเทศ ต่อมาเวลา 16.45 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีศาลเกาะสอง ประเทศเมียนมา สั่งจำคุก 4 ลูกเรือไทย ว่า ได้รับรายงานข้อมูลจาก นายมาริษ เสงี่ยมพงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่ากระบวนการนี้เป็นกระบวนการปกติ ที่จะต้องให้มีคำพิพากษาคดีแบบนี้ แล้วจะมีการอภัยโทษต่อเนื่องมา เราได้มีการพูดคุยเรื่องนี้ประสานเรียบร้อยแล้วว่าจะมีการอภัยโทษเกิดขึ้น เมื่อถามถึงเรื่องที่นายกรัฐมนตรีเคยระบุว่าจะมีข่าวดี เรื่อง 4 ลูกเรือไทยหลังปีใหม่ ยังอยู่ในกรอบเดิมใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ตอนนี้ยังเป็นไปตามกรอบเดิม ส่วนคำถามว่า ยืนยัน 4 คนไทยจะได้รับการปล่อยตัวหลังปีใหม่ใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร ระบุว่า ที่คุยไว้ตอนนี้เป็นอย่างนี้

ผู้สื่อข่าวถามต่อ แสดงว่า 4 ลูกเรือไทยจะต้องติดคุกก่อนใช่หรือไม่ รมว.ต่างประเทศ ตอบว่า ไม่ใช่ติดคุก เพียงแต่เป็นกระบวนการภายในของเขา เหมือนทั่วไป ซึ่งเขามีข้อหาว่าไปละเมิดน่านน้ำ ฉะนั้น ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของเขาที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย หากไม่ทำอะไรก็เป็นความผิดรัฐบาลเขา แต่เราได้ประสานความร่วมมือขอปล่อยตัวก่อนกำหนดมาตั้งแต่ตอนต้นแล้ว ต้องการให้กระบวนการภายในของเขาเรียบร้อยเสียก่อน เหมือนกับกระบวนการภายในของเราที่ต้องมีการดำเนินคดี ต้องมีการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม

เมื่อถามอีกว่ากระบวนการดังกล่าวจะไม่ยืดเยื้อใช่หรือไม่ นายมาริษ ระบุว่า ณ ขณะนี้ไม่มี ทางด้านคำถามว่าคำพิพากษาที่ออกมาอาจต้องติดคุก 4-6 ปีนั้น นายมาริษ กล่าวว่า นั่นคือกระบวนการพิจารณาของเขา แต่ในความร่วมมือ ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดี สามารถที่จะคุยกันเพื่อให้มีการอภัยโทษได้ ในประเด็นคำถามล่าสุดน่านน้ำระนองจับกุมชาวเมียนมาตรงนี้จะมีการเจรจาแลกเปลี่ยนกันหรือไม่ นายมาริษ ตอบว่า คงไม่เกี่ยวกัน อย่างไรก็ตามเมื่อถามย้ำว่า 4 คนไทยจะได้รับการปล่อยตัวหลังปีใหม่ใช่หรือไม่ นายมาริษ กล่าวว่า “ณ ขณะนั้น เป็นอย่างนั้น”

อันวาร์ ให้เครดิต ตั้งทักษิณที่ปรึกษาประธานอาเซียนปี 68 อิ๊งค์เจรจามาเลย์ ดันการค้า 1 ล้านล้าน

“แพทองธาร” เยือนมาเลย์หารือ “อันวาร์” ชื่นมื่น จับมือร่วมกันสร้างสันติสุข ตั้งเป้าลุยเพิ่มการค้าสองประเทศทะลุ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.02 ล้านล้านบาท ภายในปี 2027 ยันไทยหนุนบทบาทนั่งประธานอาเซียนปี 2025 เผยนายกฯ มาเลเซียเล็งแต่งตั้ง “ทักษิณ” เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวประธานอาเซียน ช่วยกันพัฒนาภูมิภาคอาเซียน พท.เต้นผลโพลคนไม่เชื่อมือรัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจ “ภูมิธรรม” โอดเพิ่งบริหารมา 3 เดือนประเมินเร็วไป อ้อนรอดูผลงานดีๆจะออกมาอีกเยอะในปี 2568 
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการครั้งแรกภายหลังเข้ารับตำแหน่ง โดยได้เจรจากระชับความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือด้านต่างๆ ทั้งนี้นายกฯทั้งสองประเทศได้แถลงข่าวร่วมกันที่จะผลักดันให้บรรลุเป้าหมายสร้างการค้า 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯภายในปี 2027
“นายกฯอิ๊งค์” จับมือมาเลย์สร้างสันติสุข
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 ธ.ค. ที่ทำเนียบมาเลเซีย เมืองปูตราจายา ประเทศมาเลเซีย ตามเวลาท้องถิ่น เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ในโอกาสเดินทางเยือนมาเลเซียในฐานะแขกของรัฐบาลมาเลเซีย โดยดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย นำตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ จากนั้นได้ประชุมร่วมกัน ฝ่ายไทยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯและ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรมเข้าร่วม
โดย น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ขอบคุณนายอันวาร์และทางการมาเลเซียที่ต้อนรับอย่างอบอุ่นสมเกียรติ ในการเยือนมาเลเซียเป็นทางการครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง มาเลเซียเป็นมิตรประเทศที่ใกล้ชิด มีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างยาวนาน เป็นหุ้นส่วนทางการค้าใหญ่ที่สุดประเทศหนึ่งในอาเซียน เป็น 1 ใน 10 ประเทศ ที่มีคนไทยอาศัยอยู่จำนวนมาก ตอกย้ำให้ทั้ง 2 ประเทศ มุ่งมั่นประสานความร่วมมือที่จะทำงานร่วมกันเพื่อสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน เพื่อความก้าวหน้าและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ

ทักษิณฮึ่มพรรคร่วมรัฐบาล ชิ่งครม.โหวตพ.ร.ก.ภาษี ลั่นไม่อยากอยู่บอกให้ชัด

ทักษิณฮึ่มพรรคร่วมรัฐบาล ชิ่งครม.โหวตพ.ร.ก.ภาษี ลั่นไม่อยากอยู่บอกให้ชัด

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดสัมมนาพรรค ตามโครงการเสริมศักยภาพ ส.ส.และบุคลากรทางการเมือง ระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคม โดยมีรัฐมนตรี ส.ส.และสมาชิกพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวช่วงหนึ่งในการบรรยายพิเศษหัวข้อ สถานการณ์ทิศทางโลกและการปรับตัว ว่า “เมื่อ 2 วันก่อนมีพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เกี่ยวกับมาตรการทางภาษีระหว่างประเทศเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปรากฏว่ามีพรรคร่วมบางพรรคหลบ ป่วย อย่างนี้ ไม่ใช่เลือดสุพรรณนี่หว่า ถ้าอยู่ด้วยกันก็ต้องช่วยกันสิ วันหลังไม่อยากอยู่ต้องบอกให้ชัดเจน เราเป็นคนพูดรู้เรื่อง ห้ามหนี ต่อไปใครหนีก็บอกว่าถ้าหนีก็ส่งใบลาออกมาด้วย ง่ายดี ผมเป็นคนเกลียดพวกอีแอบ ตรงไปตรงมาง่ายๆ อยู่ก็อยู่ ไม่อยู่ก็ไม่ต้องอยู่ ถ้าอยู่ก็ต้องสู้ด้วยกัน ในเมื่อเป็นนโยบายรัฐบาลร่วมกัน แถลงนโยบายคุณยกมือเห็นด้วย พอได้เก้าอี้ รัฐมนตรีค่อยๆ หลบมือออก ไม่ได้ ต้องตรงไปตรงมา พรรคร่วมรัฐบาลต้องทำงานร่วมกันจริงๆ ตรงไปตรงมา มีอะไรไม่พอใจพูดกัน แต่สิ่งไหนที่เป็นนโยบายรัฐบาลคือต้องทำ ไม่ใช่ได้ตำแหน่งแล้วไม่เอาแล้ว รัฐบาลเป็นกลไกประชาธิปไตย มีหลายออปชั่น อยากส่งสัญญาณให้รู้ว่าวันนั้นไม่สวยเลย วันที่หายไปตอน พ.ร.ก.เข้า มันไม่ใช่ลูกผู้ชาย ให้รู้ว่าการทำงานร่วมกันง่ายมาก” นายทักษิณ กล่าว... อ่านข่าวได้ที่     https://banphuetvnews.com/


รัฐบาลเตือน นวดเพื่อสุขภาพไม่มีบิด ดัด แนะกลุ่มเสี่ยงต้องรู้ข้อห้ามก่อนนวด

 “คารม พลพรกลาง” เผย รัฐบาลแนะข้อควรรู้ก่อนนวด กลุ่มเสี่ยงต้องระวัง เผย “นวดผ่อนคลาย” ต่างกับ “นวดรักษา” ก่อนนวดต้องซักประวัติและควรรู้ข้อห้าม ข้อควรระวังก่อนนวด

วันที่ 10 ธันวาคม 2567 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระบุ การนวดไทยเป็นกระบวนการดูแลสุขภาพที่ต้องมีหลักการหรือองค์ความรู้ในการนวดตามแนวเส้นประธานสิบ ซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย บรรเทาอาการปวดเมื่อย สำหรับการนวดไทยแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ การนวดเพื่อผ่อนคลายหรือนวดเพื่อสุขภาพ และการนวดเพื่อการรักษา ประกอบด้วย 1. หลักสูตรนวดเพื่อสุขภาพ 150 ชั่วโมง กลุ่มนี้จะไม่มีการบิด ดัด เป็นการนวดคอ บ่า แขน ขา สะบักและหลัง วัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ 2. หลักสูตรการนวดเพื่อการรักษา เป็นหลักสูตรการเรียนตั้งแต่ 330 ชั่วโมง 372 ชั่วโมง 800 ชั่วโมง และ 1,300 ชั่วโมง เพื่อบำบัดรักษาแต่ละกลุ่มอาการ เช่น กลุ่มปวดกล้ามเนื้อ นิ้วล็อก หัวไหล่ติด เข่าเสื่อม อัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นต้น
ส่วนผู้ให้บริการด้านการนวดมี 3 ประเภท 1) ให้บริการนวดเพื่อสุขภาพ (หมอนวด) เรียน 150 ชั่วโมง อยู่ในกำกับของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และผ่านพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ปฏิบัติงานในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ร้านนวดเพื่อสุขภาพ และสปา 2) ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย เรียนตั้งแต่ 330 ชั่วโมง 372 ชั่วโมง 800 ชั่วโมง และ 1,300 ชั่วโมง อยู่ในกำกับของสภาการแพทย์แผนไทย ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลและคลินิกทั้งภาครัฐและเอกชน 3) แพทย์แผนไทย/แพทย์แผนไทยประยุกต์ ที่มีใบประกอบวิชาชีพจากสภาการแพทย์แผนไทย ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลและคลินิกทั้งภาครัฐและเอกชนห้ามก่อนนวด-กก
คารม พลพรกลาง” เผย รัฐบาลแนะข้อควรรู้ก่อนนวด กลุ่มเสี่ยงต้องระวัง เผย “นวดผ่อนคลาย” ต่างกับ “นวดรักษา” ก่อนนวดต้องซักประวัติและควรรู้ข้อห้าม ข้อควรระวังก่อนนวด
วันที่ 10 ธันวาคม 2567 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระบุ การนวดไทยเป็นกระบวนการดูแลสุขภาพที่ต้องมีหลักการหรือองค์ความรู้ในการนวดตามแนวเส้นประธานสิบ ซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย บรรเทาอาการปวดเมื่อย สำหรับการนวดไทยแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ การนวดเพื่อผ่อนคลายหรือนวดเพื่อสุขภาพ และการนวดเพื่อการรักษา ประกอบด้วย 1. หลักสูตรนวดเพื่อสุขภาพ 150 ชั่วโมง กลุ่มนี้จะไม่มีการบิด ดัด เป็นการนวดคอ บ่า แขน ขา สะบักและหลัง วัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ 2. หลักสูตรการนวดเพื่อการรักษา เป็นหลักสูตรการเรียนตั้งแต่ 330 ชั่วโมง 372 ชั่วโมง 800 ชั่วโมง และ 1,300 ชั่วโมง เพื่อบำบัดรักษาแต่ละกลุ่มอาการ เช่น กลุ่มปวดกล้ามเนื้อ นิ้วล็อก หัวไหล่ติด เข่าเสื่อม อัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นต้น
ส่วนผู้ให้บริการด้านการนวดมี 3 ประเภท 1) ให้บริการนวดเพื่อสุขภาพ (หมอนวด) เรียน 150 ชั่วโมง อยู่ในกำกับของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และผ่านพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ปฏิบัติงานในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ร้านนวดเพื่อสุขภาพ และสปา 2) ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย เรียนตั้งแต่ 330 ชั่วโมง 372 ชั่วโมง 800 ชั่วโมง และ 1,300 ชั่วโมง อยู่ในกำกับของสภาการแพทย์แผนไทย ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลและคลินิกทั้งภาครัฐและเอกชน 3) แพทย์แผนไทย/แพทย์แผนไทยประยุกต์ ที่มีใบประกอบวิชาชีพจากสภาการแพทย์แผนไทย ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลและคลินิกทั้งภาครัฐและเอกชน
...
สำหรับข้อห้ามและข้อควรระวังในส่วนผู้ให้บริการ ข้อห้าม ได้แก่ 1. ห้ามนวดบริเวณที่เป็นมะเร็ง 2. ผู้ที่มีไข้สูงเกิน 38.5 องศา 3. บริเวณที่มีอาการอักเสบ บวม แดง ร้อน 4. ผู้ที่มีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ 5. กระดูกแตก หัก ปริ ร้าว ที่ยังไม่หายดี และ 6. โรคติดเชื้อทางผิวหนังทุกชนิด ข้อควรระวัง ได้แก่ 1. สตรีมีครรภ์ 2. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง 3. ใส่อวัยวะเทียมหลังผ่าตัดกระดูก 4. ผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุน กระดูกบาง และ 5. ผู้ที่เพิ่งรับประทานอาหารอิ่มใหม่ ๆ (ไม่เกิน 30 นาที) และก่อนให้บริการนวดไทย
หากท่านใดมีข้อสงสัย หรือสนใจข้อมูลด้านการนวดไทย สามารถสอบถามได้ที่โรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ หรือ FACEBOOK Line@ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หรือโทร 02 149 5678 ได้ในเวลาราชการ  

พท. ชงแก้กฎหมาย ให้อำนาจ ครม. ตั้งนายพล ตีกรอบห้ามทหารยึดอำนาจ-ก่อกบฏ

พรรคเพื่อไทย เสนอร่าง พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม โอนอำนาจให้ ครม. เป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ให้นายกฯ นั่งเป็นประธานสภา กห. พร้อมตีกรอบห้ามทหารยึดอำนาจ-ก่อกบฏ

วันที่ 6 ธันวาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เผยแพร่ผลการรับฟังความเห็นประชาชนในร่าง พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ที่นายประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ ตามแนวทางรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ที่ให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็น โดยเปิดรับฟังความเห็น 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2567 - 1 มกราคม 2568 โดยผ่านมา 4 วัน มีผู้ร่วมแสดงความเห็น 11,230 คน เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว 88.89% และไม่เห็นด้วย 11.11% โดยสาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าวคือ

การให้อำนาจ ครม. มีหน้าที่และอำนาจพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้น เพราะการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ตาม พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 มีการวางตัวบุคคลที่เป็นพวกพ้องของผู้บัญชาการเหล่าทัพ (ผบ.เหล่าทัพ) ให้สืบสายเป็น ผบ.เหล่าทัพต่อไป ทำให้ไม่เป็นธรรมกับนายทหารที่มีความรู้ความสามารถ แต่ไม่ใช่พวกพ้องของ ผบ.เหล่าทัพ เสียโอกาสได้ก้าวหน้าในชีวิตราชการทหาร ควรให้อำนาจ ครม. เป็นผู้พิจารณา รวมถึงปรับโครงสร้างสภากลาโหม ให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานสภากลาโหม แทน รมว.กลาโหม

ขณะเดียวกันยังเพิ่มเติมเนื้อหาการจัดระเบียบปฏิบัติราชการทหาร มาตรา 35 ห้ามทหารใช้กำลังทหารหรือข้าราชการทหาร ในกรณีการยึดหรือควบคุมอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินจากรัฐบาล หรือเพื่อก่อการกบฏ รวมถึงขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ราชการส่วนราชการต่างๆ ห้ามใช้เพื่อธุรกิจหรือกิจการอันเป็นประโยชน์ส่วนตัวของผู้บังคับบัญชา และกระทำการอันมิชอบด้วยกฎหมายอื่นๆ โดยกำหนดว่าข้าราชการทหารที่ได้รับคำสั่งให้ทำ ย่อมมีสิทธิไม่ปฏิบัติตาม และไม่ถือว่าผิดวินัยทหารหรือกฎหมายอาญาทหาร โดยเพิ่มบทลงโทษนายทหารที่ฝ่าฝืนมาตรา 35 ด้วยการหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวตามคำสั่งของนายกฯ เพื่อให้เกิดการสอบสวน โดยไม่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการพักราชการตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันไม่ให้ทหารใช้อำนาจในทางที่ผิด เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

“บิ๊กป้อม” ลั่น “ไม่เคยทำผิด” หลังถูกโยงปมหวานใจบิ๊กนักการเมืองรุกที่ ส.ป.ก.

“พล.อ.ประวิตร” ตอบแล้ว หลังมีข่าว หวานใจอดีตรองนายกฯ เกี่ยวข้องรีสอร์ทรุกที่ดิน ส.ป.ก. ยืนยัน ไม่มีอะไร ไม่เคยทำอะไรผิด ก่อนตัดสายสื่อมวลชน

วันที่ 3 ธ.ค. 2567 จากกระแสข่าวหวานใจอดีตรองนายกรัฐมนตรี มีเส้นเงินเกี่ยวข้องกับรีสอร์ทรุกที่ดิน ส.ป.ก. ล่าสุด เมื่อเวลา 12.15 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกระแสข่าวดังกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่มีอะไร ไม่เคยทำอะไรผิดเลย”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะชี้แจงหรือแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่ออกมากล่าวหาไหม พล.อ.ประวิตร ถามกลับว่า “อะไรนะ” ผู้สื่อข่าวพยายามอธิบายคำถามดังกล่าว แต่ พล.อ.ประวิตร ได้ตัดสายโทรศัพท์ทิ้งทันที

ทั้งนี้ ผู้สื่อรายงานว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ พล.อ.ประวิตร ตอบถึงกรณีดังกล่าว

นายกฯ หนุนคนไทย กินคาร์บ ลดป่วย หากประชาชนป่วยน้อย รัฐบาลก็ประหยัดงบฯ

นายกฯ อิ๊งค์” เยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ พร้อมชิมกาแฟขี้อีเห็น พร้อมหนุนคนไทย “กินอาหารนับคาร์บ” ลดป่วย ช่วยรัฐบาลลดงบประมาณในการดูแลสาธารณสุข

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ มีหัวหน้าหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องรอรับ โดยนางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) บรรยายสรุปผลการดำเนินงานอนุรักษ์ป่าและต้นน้ำ และการพัฒนาในพื้นที่ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

อิ๊งค์ซัดไม่จําเป็น เมินสนธิก่อม็อบ วันนอร์ยอมเปิดทาง แก้ "ม.256" ของพรรคประชาชน

“ครม.อิ๊งค์” ไฟเขียวทุ่ม 1.9 หมื่นล้าน ปั่นโครงการเร่งด่วน-ระยะยาว ฟื้นฟูเชียงใหม่-เชียงราย หลังน้ำท่วมใหญ่ ให้กระทรวงเกษตรฯ 2.7 พันล้านสู้น้ำท่วมทั่วประเทศ “นายกฯ” เผยเห็นชอบลุย 39 โครงการ เร่งด่วน 641 ล้าน ให้พร้อมกลับรับนักท่องเที่ยว “แพทองธาร” โวยยังไม่จำเป็นต้องก่อม็อบลงถนน คาใจปลุกคลั่งชาติมีการเมืองแอบแฝง “นพดล” แนะ ใช้ ม.152 ดึงเข้าเวทีสภาฯ ถกหาทางออก “ธีระชัย” ร่อนจดหมายเตือน นายกฯ ตั้งกรรมการเจทีซีเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ ท้ารัฐบาลดีเบตเอ็มโอยู 44 “วันนอร์” บรรจุ 17 ร่างแก้รัฐธรรมนูญเข้าสภา ธ.ค. ยันรื้อรายมาตราแก้ ม.256 ไม่ต้องทำประชามติ

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำทีมประชุม ครม.สัญจรครั้งแรกที่ จ.เชียงใหม่ โดยที่ประชุมเห็นชอบในหลักการโครงการฟื้นฟูพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยของ จ.เชียงใหม่และเชียงราย ระยะเร่งด่วน 39 โครงการ วงเงิน 641.13 ล้านบาท พร้อมเห็นชอบหลักการโครงการเร่งด่วนและระยะยาวแก้ปัญหาของ จ.เชียงใหม่และเชียงราย วงเงิน 19,282 ล้านบาท

“นายกฯอิ๊งค์” ยกครอบครัวสัญจรเชียงใหม่

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 พ.ย.ที่หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2567 หรือ ครม.สัญจร ครั้งแรกในรัฐบาลนี้ ภายใต้ธีม “From Flood to Flourish (ฟื้นคืนน้ำท่วมสู่ความเฟื่องฟู)” สื่อถึงการที่ ครม.สัญจรมา จ.เชียงใหม่ จะเป็นแสงสว่างช่วยสร้างความเฟื่องฟูให้ชาวเชียงใหม่อีกครั้ง หลังผ่านพ้นมหาอุทกภัยครั้งใหญ่และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวไฮซีซัน โดย น.ส.แพทองธาร นั่งรถตู้โฟล์กสวาเกน สีดำ ทะเบียน นก 9999 เชียงใหม่ พร้อมนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี ด.ญ.ธิธาร สุขสวัสดิ์ บุตรสาว และ ด.ช.พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ บุตรสาว เมื่อมาถึง น.ส.แพทองธารและครอบครัวเดินเยี่ยมชมบูธจัดแสดงสินค้าพื้นเมือง โดย น.ส.แพทองธารชิมชาและกาแฟร้าน 365 Day of Cafe at North เมื่อถึงบูธกาแฟเทพเสด็จที่นำผลิตภัณฑ์กาแฟและส้มสายน้ำผึ้ง จากไร่ธนาธรมาจัดแสดง น.ส.แพทองธารเอ่ยปากแซวอย่างอารมณ์ดีว่า “มีส้มธนาธรแล้วมีส้มปิยะบุตรหรือเปล่า” เมื่อเดินผ่านบูธขายผลิตภัณฑ์งานฝีมือ จึงหันไปบอกบุตรสาวว่าแม่เห็นหมูเด้งด้วย และได้ซื้อกล่องกระดาษทิชชูและผ้าเช็ดมือรูปตุ๊กตาหมูและช้างให้ลูกทั้ง 2 คน

ร้านโอทอปไม่ลืมบุญคุณ “ทักษิณ”

ผู้สื่อขาวรายงานว่า นายกฯยังได้ชมบูธเครื่องเงินที่ใช้เส้นเงินมาสานเป็นกระเป๋า จึงหันไปบอกนายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ว่า แบบนี้ต้องนำไปโปรโมต เพื่อขายนักท่องเที่ยว โดยนายกฯได้ซื้อกระติ๊บเครื่องเงินไปฝากคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ มารดา เยี่ยมชมอุดหนุนบูธผ้าพื้นเมือง มีเจ้าของร้านสินค้าโอทอปได้ขอบคุณนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ริเริ่มโครงการโอทอป พร้อมชี้ให้ดูรูปที่ถ่ายคู่กับนายทักษิณ น.ส.แพทองธารจึงเรียกลูกสาวลูกชายมาดู เด็กๆพากันบอกว่า “ตาๆ” ทั้งนี้ นายกฯกล่าวว่า พาลูกๆมาด้วย เพราะไม่ได้มาบ้านที่ จ.เชียงใหม่นาน ต้องการให้เห็นว่าแม่ทำงานอย่างไร โดยก่อนประชุมตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม มาต้อนรับมอบดอกไม้ให้กำลังใจ ขอถ่ายรูปเซลฟี่คึกคัก นายกฯได้ชมการแสดงชุดเต้นมูเซอจากนักเรียน ร.ร.ฝางชนูปถัมภ์และเยาวชนจากหมู่บ้านสูนน้อย อ.ฝาง ก่อนถ่ายภาพร่วมกับ ครม. และผู้แทนภาครัฐ ทั้งนายกฯและรัฐมนตรีต่างสวมเสื้อผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติด้วยครั่งเป็นสีชมพูบานเย็น ปักลายพระราชทาน “ลายสิริวชิราภรณ์” และ “ลายดอกรักราชกัญญา” แสดงออกถึงความจงรักภักดี

เกาะติดทุกสถานการณ์

Cookie settings
X
This site uses cookies to offer you a better browsing experience.
You can accept them all, or choose the kinds of cookies you are happy to allow.
Privacy settings
Choose which cookies you wish to allow while you browse this website. Please note that some cookies cannot be turned off, because without them the website would not function.
Essential
To prevent spam this site uses Google Recaptcha in its contact forms.

This site may also use cookies for ecommerce and payment systems which are essential for the website to function properly.
Google Services
This site uses cookies from Google to access data such as the pages you visit and your IP address. Google services on this website may include:

- Google Maps
Data Driven
This site may use cookies to record visitor behavior, monitor ad conversions, and create audiences, including from:

- Google Analytics
- Google Ads conversion tracking
- Facebook (Meta Pixel)